|
อุปกรณ์ที่ใช้การสื่อสารข้อมูลคอมพิวเตอร์
|
| เป็นอุปกรณ์ที่ทวน และขยายสัญญาณ เพื่อส่งต่อไปยังอุปกรณ์อื่น ให้ได้ระยะทางที่ยาวไกลขึ้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลก่อนและหลัง การรับ-ส่ง และไม่มีการใช้ซอฟท์แวร์ใดๆ มาเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ชนิดนี้ การติดตั้งจึงทำได้ง่าย ข้อเสียคือ ความเร็วในการส่งข้อมูล จะเฉลี่ยลดลงเท่ากันทุกเครื่อง เมื่อมีคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อมากขึ้น |
![]() |
| เป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อ เครือข่ายท้องถิ่น หรือ แลน (LAN) ประเภทเดียวกัน ใช้โปรโตคอลเดียวกัน สองวงเข้าด้วยกัน เช่น ใช้เชื่อมต่อ อีเธอร์เน็ตแลน (Ethernet LAN) หรือ โทเคนริงก์แลน (Token Ring LAN) ทั้งนี้ สวิทช์ หรือ บริดจ์ จะมีความสามารถในการเชื่อมต่อ ฮาร์ดแวร์ และตรวจสอบข้อผิดพลาด ของการส่งข้อมูลได้ด้วย ความเร็วในการส่งข้อมูล ก็มิได้ลดลง และติดตั้งง่าย |
![]() |
| เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานคล้าย สวิทช์ แต่จะสามารถเชื่อมต่อ ระบบที่ใช้สื่อ หรือสายสัญญาณต่างชนิดกันได้ เช่น เชื่อมต่อ อีเธอร์เน็ตแลน (Ethernet LAN) ที่ส่งข้อมูลแบบ ยูทีพี (UTP: Unshield Twisted Pair) เข้ากับ อีเธอร์เน็ตอีกเครือข่าย แต่ใช้สายแบบโคแอ็กเชียล (Coaxial cable) ได้ นอกจากนี้ยังช่วยเลือก หรือกำหนดเส้นทางที่จะส่งข้อมูลผ่าน และแปลงข้อมูลให้เหมาะสมกับการนำส่ง แน่นอนว่าการติดตั้งย่อมยุ่งยากมากขึ้น |
![]() |
| เป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงสุด ในการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยไม่มีขีดจำกัด ทั้งระหว่างเครือข่ายต่างระบบ หรือแม้กระทั่ง โปรโตคอล จะแตกต่างกันออกไป เกทเวย์ จะแปลงโปรโตคอล ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ต่างชนิดกัน จัดเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพง และติดตั้งใช้งานยุ่งยาก เกตเวย์บางตัว จะรวมคุณสมบัติในการเป็น เร้าเตอร์ ด้วยในตัว หรือแม้กระทั่ง อาจรวมเอาฟังก์ชั่นการทำงาน ด้านการรักษาความปลอดภัย ที่เรียกว่า ไฟร์วอลล์ (Firewall) เข้าไว้ด้วยกัน |
![]() |
6 อุปกรณ์การสื่อสาร
30 มิ.ย.5 โพรโคอล
30 มิ.ย.คือข้อกำหนดซึ่งประกอบด้วยกฎต่าง ๆ สำหรับรูปแบบการสื่อสารเฉพาะรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้การติดต่อสื่อสารในระบบเครือข่าย ทำงานได้ด้วยกันทั้งระบบ คล้ายกับมนุษย์สามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารถึงกันได้
ชุดของโพรโทคอล
ชุดโพรโทคอลต่อไปนี้ คือชุดโพรโทคอลสำคัญ ซึ่งเป็นใช้เป็นต้นแบบ ในการใช้งานต่างๆ แบ่งได้เป็น 2 มาตรฐานดังนี้ คือ:
- มาตรฐานเปิด
- มาตรฐานปิด
โพรโทคอลที่สำคัญ
4 เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์
30 มิ.ย.การเชื่อมตอในความหมายของระบบเครือขายทองถิ่น ไมไดจํากัดอยูที่กาเชื่อมตอระหวางเครื่อ ไมโครคอมพิวเตอรแตยังรวมไปถึงการเชื่อมตออุปกรณรอบขาง เทคโนโลยีที่กาวหนาทําใหการทํางานเฉพาะมีขอบเขตกวางขวางยิ่งขึ้นมีการใชบริการแฟมขอมูลเปนที่เก็บรบรวแฟม ขอมูล ตางๆ มีการทําฐานขอมูลกลาง มีหนวยจัดการระบบสื่อสารหนวยบริการการใชเครื่องพิมพหนวย
บริการการใชซีดีหนวยบริปลายทาง (Terminal Server) และอุปกรณประกอบสําหรับตอเขาในระบบเครือขายเพื่อจะทํางานเฉพาะเจาะจงอยางใดอยางหนึ่ง เปนตัวอยางเครือขายคอมพิวเตอรที่จัด กลุมเชื่อมโยงเปนระบบ เครือขายคอมพิวเตอรทําใหการปฏิบัติการรวมกัน ซึ่งหมาถึงการใหอุปกรณทุกชิ้นที่อยูบนเครือขายทํางานรวมกันไดทั้งหมดในลักษณะที่ประสานรวมกัน โดยผูใชมีความรูสึกเสมือนใชงานในอุปกรณเดียวกัน จึงเปนวิธีการในการนําเอาอุปกรณตางชนิดจํานวนมาก มารวมกันเปน เสมือนระบบเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่อุปกรณเหลานั้นอาจจะมาจากตางยี่หอ ตางบริษัท ก็ไ้ด้ เครือขายคอมพิวเตอรคือ การนําเอาคอมพิวเตอรหลายๆ เครื่อง มาตอเชื่อมโยงใหมีการสื่อสารขอมูลระหวางกันเหตุผลของการเชื่อมโยงเครือขายคอมพิวเตอรเขาหากัน เนื่องจากราคาของคอมพิวเตอรถูกลง และความตองการเพิ่มขีดความสามารถของระบบโดยรวม เพราะอุปกรณคอมพิวเตอรเพียงอยางเดียวก็ทํางานไดในตัวเองระดับหนึ่ง แตเมื่อตอรวมกันจะทํางานไดเพิ่มขึ้น และสามารถใชทรัพยากรรวมกันหรือแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางกัน ทําใหเกิดความสะดวกสบายใน การใชงาน และมีความรวดเร็วเพิ่มขึ้้น. การใชงาน ระบบเครือขาย มีบทบาทและความสําคัญเพิมขึ้น เพราะ ไมโครคอมพิวเตอรไดรับการใชงานอยางแพรหลาย จึงเกิดความตองการที่เชื่อมตอคอมพิวเตอรเหลานั้นถึงกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบใหสูงขึ้น เพิ่มการใชงานดานตางๆ และลดตนทุนระบบโดยรวมลงการแบงใชงานอุปกรณและขอมูลตางๆตลอดจนสามารถทํางานรวมกันไดสิ่งสําคัญที่ทําใหระบบขอมูลมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น คือ การโอนยายขอมูลระหวางกัน และการเชื่อมตอหรือการสื่อสาร การโอนยายขอมูลหมายถึงการนําขอมูลมาแบงกันใชงานหรือการนําขอมูลไปใชประมวลผลในลักษณะแบงกันใชทรัพยากร เชน แบงกันใชซีพียูแบงกันใชฮารดดิสกแบงกันใชโปรแกรม และแบงกันใชอุปกรณอื่นๆ ที่มีราคาแพงหรือไมสามารถจัดหาใหทุกคนไดการเชื่อมตอคอมพิวเตอรเปนเครือขาย จึงเปนการเพิ่มประสิทธิภาพการใชงานใหกวางขวาง และมากขึ้นจากเดิม
่
3 สื่อกลางในการสื่อสารขอมูล
30 มิ.ย.สื่อกลางในการสื่อสารขอมูล ตัวกลางหรือสายเชื่อมโยง เปนสวนที่ทําใหเกิดการเชื่อมตอระหวางอุปกรณตางๆ เขาดวยกัน และอุปกรณที่ยอมใหขาวสารขอมูลเดินทางผานจากผูสงไปสูผูรับ สื่อกลางที่ใชในการสื่อสารขอมูลมีอยูหลายประเภท แตละประเภทมีความแตกตางกันในดานของปริมาณขอมูลที่สื่อกลางนั้นๆ สามารถนําผานไปไดในเวลาขณะใดขณะหนึ่ง การวัดปริมาณหรือความจุในการนําขอมูลหรือที่เรียกกันวา แบนดวิดธ(Bandwidth) มีหนวยเปนจํานวน บิต ขอมูลตอวินาที(bits per second: bps) ลักษณะของตัวกลางตางๆ มี
ดังตอไปนี้
สื่อกลางประเภทมีสาย
สายคูบิดเกลียว (Twisted pair)
สายโคแอกเชียล (coaxial)
เสนใยนําแสง (fiber optic)
สื่อกลางประเภทไรสาย
ไมโครเวฟ (Micro wave)
ดาวเทียม (satellite)
2 การสื่อสารข้อมูล
30 มิ.ย.|
การสื่อสารข้อมูล (Data Communication)
|
| การสื่อสารข้อมูล (Data Communications) หมายถึง กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยผ่านช่องทางสื่อสาร เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน |
| วิธีการส่งข้อมูล จะแปลงข้อมูลเป็นสัญญาณ หรือรหัสเสียก่อนแล้วจึงส่งไปยังผู้รับ และเมื่อถึงปลายทางหรือผู้รับก็จะต้องมีการแปลงสัญญาณนั้น กลับมาให้อยู่ในรูปที่มนุษย์ สามารถที่จะเข้าใจได้ ในระหว่างการส่งอาจจะมีอุปสรรค์ที่เกิดขึ้นก็คือ สิ่งรบกวน (Noise) จากภายนอกทำให้ข้อมูลบางส่วนเสียหาย หรือผิดเพี้ยนไปได้ซึ่งระยะทางก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยเพราะถ้าระยะทางในการส่งยิ่งมากก็อาจจะทำให้เกิดสิ่งรบกวนได้มากเช่นกัน จึงต้องมีหาวิธีลดสิ่งรบกวน เหล่านี้ โดยการพัฒนาตัวกลางในการสื่อสารที่จะทำให้เกิดการรบกวนน้อยที่สุด |
| องค์ประกอบขั้นพื้นฐานของระบบ |
| องค์ประกอบขั้นพื้นฐานของระบบสื่อสารโทรคมนาคม สามารถจำแนกออกเป็นส่วนประกอบได้ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ส่งข่าวสารหรือแหล่งกำเนิดข่าวสาร (source) อาจจะเป็นสัญญาณต่าง ๆ เช่น สัญญาณภาพ ข้อมูล และเสียงเป็นต้น ในการติดต่อสื่อสารสมัยก่อนอาจจะใช้แสงไฟ ควันไฟ หรือท่าทางต่าง ๆ ก็นับว่าเป็นแหล่งกำเนิดข่าวสาร จัดอยู่ในหมวดหมู่นี้เช่นกัน 2. ผู้รับข่าวสารหรือจุดหมายปลายทางของข่าวสาร (sink) ซึ่งจะรับรู้จากสิ่งที่ผู้ส่งข่าวสาร หรือแหล่งกำเนิดข่าวสารส่งผ่านมาให้ตราบใด ที่การติดต่อสื่อสารบรรลุวัตถุประสงค์ ผู้รับสารหรือจุดหมายปลายทางของข่าวสารก็จะได้รับข่าวสารนั้น ๆ ถ้าผู้รับสารหรือ จุดหมายปลายทางไม่ได้รับ ข่าวสาร ก็แสดงว่าการสื่อสารนั้นไม่ประสบความสำเร็จ กล่าวคือไม่มีการสื่อสารเกิดขึ้นนั่นเอง |
![]() |
| 3. ช่องสัญญาณ (channel) ในที่นี้อาจจะหมายถึงสื่อกลางหรือตัวกลางที่ข่าวสารเดินทางผ่าน อาจจะเป็นอากาศ สายนำสัญญาณต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งของเหลว เช่น น้ำ น้ำมัน เป็นต้น เปรียบเสมือนเป็นสะพานที่จะให้ข่าวสารข้ามจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง 4. การเข้ารหัส (encoding) เป็นการช่วยให้ผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารมีความเข้าใจตรงกันในการสื่อความหมาย จึงมีความจำเป็นต้องแปลง ความหมายนี้ การเข้ารหัสจึงหมายถึงการแปลงข่าวสารให้อยู่ในรูปพลังงาน ที่พร้อมจะส่งไปในสื่อกลาง ทางผู้ส่งมีความเข้าใจต้องตรงกันระหว่าง ผู้ส่งและผู้รับ หรือมีรหัสเดียวกัน การสื่อสารจึงเกิดขึ้นได้ 5. การถอดรหัส (decoding) หมายถึงการที่ผู้รับข่าวสารแปลงพลังงานจากสื่อกลางให้กลับไปอยู่ในรูปข่าวสารที่ส่งมาจากผู้ส่งข่าวสาร โดยมีความเข้าในหรือรหัสตรงกัน 6. สัญญาณรบกวน (noise) เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ มักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งทางด้านผู้ส่งข่าวสาร ผู้รับข่าวสาร และช่องสัญญาณ แต่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานมักจะสมมติให้ทางด้านผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารไม่มีความผิดพลาด ตำแหน่งที่ใช้วิเคราะห์ มักจะเป็นที่ตัวกลางหรือช่องสัญญาณ เมื่อไรที่รวมสัญญาณรบกวนด้านผู้ส่งข่าวสารและด้านผู้รับข่าวสาร ในทางปฎิบัติมักจะใช้ วงจรกรอง (filter) กรองสัญญาณแต่ต้นทาง เพื่อให้การสื่อสารมีคุณภาพดียิ่งขึ้นแล้วค่อยดำเนินการ เช่น การเข้ารหัสแหล่งข้อมูล เป็นต้น |
ข่ายการสื่อสารข้อมูล หมายถึง การรับส่งข้อมูลหรือสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยระบบการส่งข้อมูล ทางคลื่นไฟฟ้าหรือแสง อุปกรณ์ที่ประกอบเป็นระบบการสื่อสารข้อมูลโดยทั่วไปเรียกว่า ข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communication Networks) |
องค์ประกอบพื้นฐาน
|
วัตถุประสงค์หลักของการนำการสื่อการข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในองค์การประกอบด้วย
|
1 บทบาทของการสื่อสารข้อมูลและเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์
26 มิ.ย.การติดต่อสื่อสารข้อมูลสมัยใหม่นี้ มีรากฐานมาจากความพยายามในการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยระบบสื่อสารที่มีอยู่แล้ว เช่นโทรศัพท์ ดังนั้น การสื่อสารข้อมูลจึงอยู่ในขอบเขตที่จำกัด ต่อมามีการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น ความต้องการในการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในเวลาเดียวกันเรียก ว่า ระบบเครือข่าย (Network system) จึงได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นตามลำดับ ในตอนเริ่มต้นของยุคสื่อสารเมื่อประมานปี พ.ศ. 2513 – 2515 ความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันมีมากขึ้น แต่คอมพิวเตอร์ยังมีราคาสูงมาก เมื่อเทียบกับอุปกรณ์สื่อสารที่มีอยู่แล้วบางอย่าง การสื่อสารด้วยระบบเครือข่ายในระยะนั้นจึงเน้นการใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ ศูนย์คอมพิวเตอร์เป็นผู้ให้บริการ โดยผู้ใช้สามารถติดต่อผ่านเครื่องปลายทางเพื่อประหยัดค่าใช่จ่ายของระบบต่อ มาเมื่อถึงยุคของไมโครคอมพิวเตอร์ พบว่าขีดความสามารถในด้านความเร็วของการทำงานในคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีความเร็วมากกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ประมาน 10 เท่า แต่ราคาแพงกว่าหลายพันเท่า ทำให้การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์แพร่หลายและกระจายออกไป การสื่อสารจึงกลายเป็นระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องแทนที่จะเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กับเครื่องปลายทางแบบกระจายลักษณะ ของ เครือข่ายจึงเริ่มจากจุดเล็กๆ อาจจะอยู่บนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เดียวกันขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็นทั้งระบบที่ทำ งานร่วมกันในห้องทำงาน ในตึก ระหว่างตึก ระหว่างสถาบัน ระหว่างเมือง ระหว่างประเทศ

การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ภายในอาคาร
ข้อมูลในรูปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่ เก็บในคอมพิวเตอร์สามารถส่งต่อคัดลอกจัดพิมพ์ ทำสำเนาได้ง่าย เมื่อเทียบกับการคัดเลือกด้วยมือซึ่งต้องใช้เวลามากและเสี่ยงต่อการทำข้อมูล ผิดพลาดอีกด้วยวิธีการทางด้านการสื่อสารข้อมูลกำลงได้รับการนำมาประยุกต์ใช้ ในระบบสำนักงานที่เรียกว่า ระบบสำนักงานอัตโนมัติ เป็นระบบที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร ทั่วไป แล้วส่งไปยังหน่วยต่างๆ ด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อโอนย้ายแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ระหว่างแผนกซึ่งอาจตั้งอยู่ ภายในอาคารเดียวกันหรือไกลกันคนละเมืองก็ได้ โดยการส่งข้อมูลข่าวสารเช่นนี้ต้องเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลาย ประเภทที่สามารถผนวกเข้าหากันเป็นระบบเดียวได้ อุปกรณ์เหล่านั้นอาจเป็นโทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ หรืออุปกรณ์เครือข่ายซึ่งนักเรียนจะได้เรียนต่อไป บทบาทที่สำคัญอีกบทบาทหนึ่งของการสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่าย คือ การให้บริการข้อมูล หลายประเทศจัดให้มีฐานข้อมูลไว้บริการ เช่น ฐานข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ฐานข้อมูลงานวิจัย ฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจ ฐานข้อมูลของสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคในมหาวิทยาลัยอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับ หนังสือและตำราวิชาการ หากผู้ใช้ต้องการข้อมูลใดก็สามารถติดต่อมายังศูนย์บริการข้อมูลนั้น การติดต่อจะผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้การได้รับข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วความสำคัญของการสื่อสารข้อมูลผ่าน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ จึงเป็นสิ่งที่ตระหนักกันอยู่เสมอ
เรื่อง ระบบเครื่อข่ายและการสื่อสาร
26 มิ.ย.วัตถุประสงค์
1 บทบาทของการสื่อสารข้อมูลและเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์
2 การสื่อสารข้อมูล
3 สื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล
4 เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์
5 โพรโทคอล
6 อุปกรณ์การสื่อสาร
7 ตัวอย่างการติดตั้งแลนภายในบ้าน




