เรื่อง อินเตอร์เน็ต

18 ก.ย.

วัตถุประสงค์

1 อธิบายความหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต

2 อธิบายความหมายเวิลด์เว็บ เว็บเบราว์เซอร์

3 อธิบายการอ้างอิงที่อยู่เว็บ และวิธีการค้นหาผ่านเว็บ

4 อธิบายลักษณะของโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์

5 อธิบายผลกระทบจากการใช้งานอินเตอร์เน็ต

4 อธิบายขั้นตอนและวิธีการดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

18 ก.ย.
การดูแลรักษา อายุการใช้งานของอุปกรณ์/ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

1.ซีพียู (CPU: Central Processing Unit)
โดยปกติซีพียูเป็นอุปกรณ์/ชิ้นส่วนที่เสียหายยากมากจากการใช้งานปกติ ซึ่งซีพียูอาจจะทำงานได้นานมากจนเราเลิกใช้เครื่องไปเลย แต่ถ้าเราโชคร้ายโดยถูกผู้ผลิตนำซีพียูทีมีความเร็วต่ำมาหลอกขายว่าเป็นซีพียูความเร
็วสูง (CPU Remark) หรือทำการ PUSH ให้ซีพียูทำงานเร็วกว่าความเร็วที่กำหนดให้ ทำให้อายุการใช้งานของซีพียูสั้นลงกว่าปกติ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อายุการใช้งานซีพียูสั้นลงก็คือ พัดลมระบายอากาศ (Ventilation Fan) ที่ติดตั้งอยู่ที่ชุดจ่ายไฟฟ้า (Power Supply) ของคอมพิวเตอร์เสีย ทำให้ซีพียูต้องทำงานที่ความร้อนสูงตลอดเวลา ถ้าซีพียูเสียก็ต้องซื้อใหม่อย่างเดียว ไม่สามารถทำการซ่อมหรือแก้ไขได้

2.เมนบอร์ด (Mainboard or Motherboard)
เป็นอุปกรณ์ที่มี Chip ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อื่นๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเป็นทั้งตัวรับและจ่ายไฟให้กับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ บนเมนบอร์ด ซึ่งถ้ามีอุปกรณ์สำรองไฟฟ้า (UPS) ก็จะช่วยให้การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นไปอย่างราบรื่นสม่ำเสมอ และไม่ทำให้อุปกรณ์อื่นๆ ชำรุดเสียหาย ในกรณีที่เกิดไฟตกไฟกระชากอีกด้วย

3.จอภาพ (Monitor)
จอภาพโดยทั่วไปมักจะมีอายุการใช้งานประมาณส่วนใหญ่ ประมาณ 1-3 ปี เนื่องจากหลอดภาพของแต่ละรุ่นยี่ห้อนั้น จะมีคุณภาพแตกต่างกันไปตาม แต่ละบริษัทผู้ผลิต ไม่ควรตั้งจอไว้ใกล้บริเวณที่มีสนามแม่เหล็กมากจนเกินไป และไม่ควรเช็ดหน้าจอด้วยน้ำยาหรือสารอย่างอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้สำหรับทำความสะอาดจอภาพนั้นๆ

4.การ์ดแสดงผล (Display Card)
โดยทั่วไปการใช้งานในช่วง 1 ปีแรก มักจะไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนใหญ่จะใช้งานไปได้ถึง 3 ปี โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเราเลือกใช้การ์ดแสดงผลราคาถูก ก็อาจจะมีปัญหาบ้างในปีแรก แต่ก็ไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นการ์ดแสดงผลยี่ห้อดังๆ จากอเมริกาที่มีราคาแพง จะมีความเร็วในการแสดงผลสูง มีลูกเล่นมากกว่า และมีการออกไดรเวอร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง

5.เมาส์ (Mouse)
เป็นอุปกรณ์ Input ที่ใช้สำหรับป้อนข้อมูลคำสั่งเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ภายในเม้าส์ จะประกอบไปด้วยลูกกลิ้งและฟันเฟือง ซึ่งสามารถถอดออกมาและทำความสะอาด เนื่องจากลูกกลิ้งจะสะสมเอาสิ่งสกปรกต่างๆ ไว้ภายในเม้าส ทำให้ลูกกลิ้งไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปได้โดยอิสระ

6.แป้นพิมพ์ (Keyboard)

การป้อนข้อมูลจำนวนมากทุกวัน หรือเอาแป้นพิมพ์ไปใช้เล่นเกมส์ จะพบว่าปุ่มบางปุ่มจะเสียตั้งแต่ยังไม่ครบปี อายุการใช้งานของแป้นพิมพ์จะผ่านปีแรกและปีที่สองไปได้ อย่างสบาย แต่ถ้าแป้นพิมพ์เกิดเสียหลังจากปีแรก ซึ่งเลยระยะรับประกันแล้ว ไม่ควรซ่อม ให้ซื้อใหม่จะดีกว่า นอกจากนี้ยังมีแป้นพิมพ์ที่มีราคาแพงเกินหนึ่งพันบาทขึ้นไป เช่น ไมโครซอฟต์คีย์บอร์ด หรือคีย์บอร์ดของไอบีเอ็ม แป้นพิมพ์เหล่านี้จะมีรูปทรงถูกสุขลักษณะ ไม่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยข้อมือ มีความทนทานสูงและตอบสนองต่อการกดแป้นพิมพ์จะดีกว่าแป้นพิมพ์ราคาถูก

7.ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)
ฮาร์ดดิสก์เป็นหน่วยความจำสำรอง หรือสื่อบันทึกข้อมูลภายนอกที่มีความจุสูง ฮาร์ดดิสก์จะถูก
บรรจุอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อยู่แล้ว ฮาร์ดดิสก์ในสมัยเริ่มแรกมีความจุเพียง 20-80เมกะไบต์ และต่อมาฮาร์ดดิสก์ได้พัฒนาให้มีความจุสูงขึ้น และมีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่สูงขึ้นด้วย ซึ่งในปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดมีความจุมากกว่า 1 กิกะไบต์ทั้งสิ้น และมักจะมีอายุการประกันตั้งแต่ 1-3 ปี ซึ่งเมื่อฮาร์ดดิสก์เสียในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ต้องส่งไปซ่อมกับร้านที่ซื้อมา โดยทั่วไปฮาร์ดดิสก์จะมีอายุการใช้งานอย่างต่ำ 3 ปี แต่อย่างไรก็ตาม ฮาร์ดดิสก์ก็อาจจะเสียได้ตลอดเวลา ดังนั้น เราควรสำรองข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เอาไว้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเวลาที่ฮาร์ดิสก์เสีย ข้อมูลก็จะยังไม่สูญหายไป ข้อควรระวังก็คือ ในเรื่องของไฟตกไฟชากซึ่งจะมีผลต่อ Harddisk อาจทำให้เกิดความเสียหายได้

8.ดิสก์ไดร์ฟ (Disk Drive)

ดิสก์ไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านและเขียนข้อมูลลงในแผ่นฟลอปปีดิสก์ ซึ่งดิสก์ไดร์ฟก็มีหลายชนิด
แต่ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปมักจะใช้ดิสก์ไดร์ฟขนาด 3.5 นิ้ว การใช้งานดิสก์ไดร์ฟโดยทั่วไปไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนัก ถ้าผ่านปีแรกไปได้แล้วก็มักจะผ่านไปถึงปีที่ 3 ถ้าหากว่าดิสก์ไดร์ฟเสียในช่วงปีแรกก็สามารถส่งซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าเสียหลังจากปีแรกแล้ว ก็ควรที่จะซื้อเปลี่ยนใหม่ เพราะถ้าซ่อมจะไม่คุ้มค่า เพราะราคาดิสก์ไดร็ฟในปัจจุบันมีราคาถูกมาก

9.พัดลมระบายความร้อน
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบภายในประเทศ มักจะใช้พัดลมระบายความร้อนที่มีราคาถูก และจะ
พบว่าส่วนใหญ่พัดลมจะเสียภายในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น มีอยู่น้อยมากที่จะผ่านปีแรกไปได้โดยไม่เสีย พัดลมระบายความร้อนที่ใช้งานได้ดี ก็คงเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเพนเทียมรุ่นที่มีพัดลมติดมาด้วย การเลือกใช้พัดลมระบายความร้อนต้องพยายามใช้ของดีมียี่ห้อ เพราะถ้าพัดลมระบายความร้อนเสีย จะทำให้ซีพียูร้อนจัด ทำให้เครื่องเกิดอาการแฮงก์ (Hang) โดยไม่ทราบสาเหตุ และทำให้อายุการใช้งานของซีพียูสั้นลง ถ้าพัดลมระบายความร้อนเสียต้องเปลี่ยนอย่างเดียว

10.ซีดีรอมไดร์ฟ (CD-Rom Drive)
ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบมัลติมีเดีย
หรือเป็นสื่อผสม ซึ่งจะต้องใช้สื่อบันทึกข้อมูลที่สามารถบันทึกข้อมูลได้มากขึ้น ซึ่งจะมีข้อมูลทั้งภาพและเสียง ดังนั้น แผ่นซีดีรอมจึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เมื่อมีแผ่นซีดีรอมเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะต้องมีเครื่องผ่านแผ่นซีดีรอมที่เรียกว่า ซีดีรอมไดร์ฟ ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรนำแผ่นซีดี ที่เสียแล้ว หรือมีรอยขีดข่วนมากๆ มาอ่าน เพราะอาจทำให้หัวอ่านชำรุดได้ รวมถึงการใช้น้ำยาล้างหัวอ่านผิดประเภทด้วย

ใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับเครื่องคอมฯ เช็ด บริเวณด้านนอก โดยอาจใช้พู่กันเล็กๆ ช่วยในการปัดฝุ่นออกเสียก่อน จากนั้นจึงใช้น้ำยาทำความสะอาดเช็คเครื่องคอมฯ ข้อควรระวัง! โดยปกติน้ำยาเหล่านี้ ห้ามเช็คหน้าจอ ถ้ามีฝุ่นหรือคราบนิ้วมือ ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดก็เพียงพอแล้ว (ทิป น้ำยาทำความสะอาด โดยทั่วไป การใช้ควรใส่น้ำยาบนผ้าที่สะอาด จากนั้นลูบไปบริเวณตัวเครื่อง ทิ้งไว้สักพัก และค่อยเช็ดออก จะช่วยลดแรงในการขัดได้มาก)


มาดูการทำความสะอาดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์บางคับ

สำรองข้อมูล

เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาของคอมพิวเตอร์ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ การสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหาของคุณได้มากทีเดียว การสำรองข้อมูลอาจสำรองลงแผ่น ดิสก์, ซีดี หรืออาจแบ่ง partition ในฮาร์ดดิกส์ แล้วทำรองไว้ ทั้งนี้คงขึ้นกับกำลังเงินที่เรามีอยู่


ทำความสะอาดแผงวงจร

ปัญหาอย่างหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์เกิดเสียหายได้ นั่นคือ ความชื้นและฝุ่นละอองที่เกาะตามอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนั้น เราจึงควรทำความสะอาดบ้างอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นกับสถานที่ที่ติดตั้งคอมฯ ว่าอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมากน้อยเพียงใด การทำความสะอาด จำเป็นต้องต้องเปิดฝาเครื่อง จากนั้นให้ใช้เครื่องเป่าผม หรือเครื่องดูดฝุ่น (ขนาดเล็ก) ใช้เป่า หรือดูดฝุ่นออกมา ระวังเวลาดูดหรือเปล่า อย่าเข้าใกล้แผงวงจรมากนัก


ตรวจสอบฮาร์ดดิสก์

ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่ในการจัดเก็บข้อมูลและโปรแกรมที่ถูกใช ้งานมากที่สุด ดังนี้เราจึงควรมีการตรวจสอบ ฮาร์ดดิสก์เป็นประจำอยู่เสมอ โดยใช้โปรแกรมตรวจสอบ เช่น ลบขยะภายในเครื่อง Disk Cleanup, ตรวจสอบดิสก์ Scandisk และ จัดเรียงข้อมูลในดิสก์ Disk Defregment (อย่างน้อยเดือนละครั้ง)

ตรวจสอบไวรัส  โกรธ

วิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหา และช่วยในการทำงานของคุณให้ราบรื่นด้วย เนื่องจากปัจจุบัน ไวรัสมีการแพร่กระจายทุกวัน และโดยเฉพาะการใช้งาน internet & Email ก็เป็นที่แพร่หลายมากด้วย ดังนั้นโอกาสในการติดไวรัสย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ การป้องกันย่อมดีกว่าแก้ปัญหาแน่นอน ดังนั้นการติดตั้งโปรแกรมเพื่อป้องกันและตรวจสอบไวรัส ย่อมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งที่ต้องกระทำ และนอกจากนี้ คุณจำเป็นจะต้องมีการ update ไฟล์ที่สามารถป้องกันไวรัสตัวไวรัสอย่างสม่ำเสมออีกด้วย (อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง)

และทั้งหมดนี้ก็เป็นขั้นตอนง่ายๆ เพื่อการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ตัวโปรดของทุกๆ คน ให้อยู่กับเราไปนานๆ
อ้อ… ต้องขอขอบคุณ ท่าน Sutenm แห่ง xchange.teenee.com มากๆครับสำหรับข้อมูลดีๆ ครับผม

3 เลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

18 ก.ย.

หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ Intel , AMD และ Celeron ส่วนความเร็วของซีพียูควรอยู่ในระดับ 1.4 – 2.4 กิกะเฮิรตซ์ แต่การเลือกใช้ซีพียูใดก็ตามมีผลต่อการเลือกใช้แผงวงจรหลักด้วย เช่น
– ซีพียู AMD Duron , Athlon จะใช้กับแผงวงจรหลักแบบ Socket A
– ซีพียู Intel Pentium , Celeron จะใช้กับแผงวงจรหลักแบบ Socket 370

แผงวงจรหลัก ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเลือกซื้อแผงวงจรหลักที่สนับสนุนอุปกรณ์ใหม่ๆ เพราะจะสามารถใช้งานได้นาน และหาอุปกรณ์เพื่อทำการอัพเกรดได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแผงวงจรหลักใหม่

แรม ควรเป็นหน่วยความจำแบบ DDR RAM และควรมีขนาดอย่างน้อย 128 เมกะไบต์เป็นอย่างน้อย โดยปัจจุบันมีความเร็ว Bus ตั้งแต่ 66, 100, 133 MHz

ฮาร์ดดิสก์ ควรเป็นฮาร์ดดิสก์มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ ATA โดยมีขนาด 20 – 40 กิกะไบต์เป็นอย่างน้อย

การ์ดแสดงผล ควรสนับสนุนการทำงานแบบสี แบบ VGA , SVGA หรือ XGA 3D เมื่อต้องการใช้งานแบบ 3 มิติ

จอภาพ ควรมีขนาด 15 – 17 นิ้วเป็นอย่างน้อย ซึ่งอาจเลือกใช้แบบ CRT หรือ LCD ขึ้นอยู่กับงบประมาณ จอภาพแบบ LCD มีราคาสูงกว่าแบบ CRT

ซีดีรอมไดร์ฟ ควรมีความเร็วในการอ่านข้อมูลตั้งแต่ 50X ขึ้นไป

อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรอง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะซื้อควรมีฟล็อบปี้ดิสก์ไดร์ฟ ขนาด 3.5 นิ้ว

การ์ดเสียง ควรเป็นแบบ PCI และควรสนับสนุนเสียงแบบ 3 มิติ ถ้าต้องการใช้งานบันเทิง เช่น การเล่นคาราโอเกะ รวมทั้งมีลำโพงด้วย

อุปกรณ์เชื่อมต่อระบบเครือข่าย ถ้าต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตควรจัดหาโมเด็มมาใช้งาน ถ้าจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายบ่อยควรเลือกใช้โมเด็มแบบภายนอก (External Modem) หรือถ้าการใช้งานไม่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายควรเลือกใช้โมเด็มแบบติดตั้งภายใน (Internal Modem) โดยควรมีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล 56 bps เป็นอย่างน้อย

เครื่องพิมพ์ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานพิมพ์ที่ต้องการ ได้แก่
– เครื่องพิมพ์แบบ Dot Matrix เหมาะกับงานพิมพ์ที่สามารถทำสำเนาเอกสารได้
– เครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องการภาพสี งานกราฟิก และควรเลือกรายละเอียดที่เหมาะสมกับงาน รวมถึงควรพิจารณาการใช้งานของตลับหมึก กล่าวคือตลับมึกขาว-ดำควรแยกเป็นอิสระกับตลับหมึกสี เพราะจะช่วยประหยัดเมื่อต้องการพิมพ์งาน ขาว-ดำมากกว่างานสี
– เครื่องพิมพ์แบบ Laser Printer เหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความละเอียดสูง ต้องการความเร็วในการพิมพ์สูง และเหมาะกับงานพิมพ์ที่เน้นเอกสารที่เป็นข้อความเป็นหลัก

2 อธิบายหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

18 ก.ย.

คอมพิวเตอร์ หมายถึง  เครื่องคำนวณ  อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า  เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกล  ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์

หรืออาจกล่าวได้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หมายถึง  เครื่องมือที่ช่วยในการคำนวณและการประมวลผลข้อมูล  จากคุณสมบัตินี้ของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่ใช่เครื่องคิดเลข  เครื่องคอมพิวเตอร์จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ 3 ประการคือ
1. ความเร็ว  (Speed)  เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ด้วยความเร็วสูงมาก  ซึ่งหน่วยความเร็วของการทำงานของคอมพิวเตอร์วัดเป็น
– มิลลิเซกัน (Millisecond)      ซึ่งเปรียบเทียบความเร็วเท่ากับ 1/1000 วินาที  หรือ ของวินาที
– ไมโครเซกัน (Microsecond) ซึ่งเทียบความเร็วเท่ากับ 1/1,000,000 วินาที    หรือของวินาที
– นาโนเซกัน (Nanosecond)    ซึ่งเปรียบเทียบความเร็วเท่ากับ 1/1,000,000,000 วินาที  หรือของวินาที
ความเร็วที่ต่างกันนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละยุค  ซึ่งได้มีการพัฒนาให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลข้อมูล ได้เร็วในเวลาไม่เกิน 1 วินาที  จะทำให้คอมพิวเตอร์มีบทบาทในการนำมาเป็นเครื่องมือใช้งานอย่างดียิ่ง
2. หน่วยความจำ (Memory)  เครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วยความจำ  ซึ่งสามารถใช้บันทึกและเก็บ
ข้อมูลได้คราวละมากๆ และสามารถเก็บคำสั่ง (Instructions) ต่อๆกันได้ที่เราเรียกว่าโปรแกรม แลนำมาประมวลในคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานเก็บข้อมูลได้ครั้งละมากๆ เช่น    การสำรวจสำมะโนประชากร  หรือรายงานผลการเลือกตั้งซึ่งทำให้มีการประมวลได้รวดเร็วและถูกต้อง   จากการที่หน่วยความจำสามารถบันทึกโปรแกรมและข้อมูลไว้ในเครื่องได้  ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติพิเศษ  คือสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ   ในกรณีที่มีงานที่ต้องทำซ้ำๆหรือบ่อยครั้งถ้าใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงานเหล่านั้นก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงซึ่งจะได้ทั้งความรวดเร็ว  ถูกต้องแม่นยำและประหยัดเนื่องจากการเขียนคำสั่งเพียงครั้งเดียวสามารถทำงานซ้ำๆได้คราวละจำนวนมากๆ
3. ความสามารถในการเปรียบเทียบ (Logical)
  ในเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วยหน่วยคำนวณและตรรกะซึ่งนอกจากจะสามารถในการคำนวณแล้วยังสามารถใช้ในการเปรียบเทียบซึ่งความสามารถนี้เองที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่างกับเครื่องคิดเลข และคุณสมบัตินี้ทีทำให้นักคอมพิวเตอร์สร้างโปรแกรมอัตโนมัติขึ้นใช้อย่างกว้างขวาง เช่นการจัดเรียงข้อมูลจำเป็นต้องใช้วิธีการเปรียบเทียบ การทำงานซ้ำๆตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือการใช้คอมพิวเตอร์ในกิจการต่างๆซึ่งเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน และการใช้แรงงานจากคอมพิวเตอร์แทนแรงงานจากมนุษย์ทำให้รวดเร็วถูกต้อง สะดวกและแม่นยำ เป็นการผ่อนแรงมนุษย์ได้เป็นอย่างมาก

1 อธิบายองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์

18 ก.ย.
ฮาร์ดแวร์ คือ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ฮาร์ดแวร์ คือส่วนที่สามารถจับต้องได้ เช่น ตัวเครื่อง จอภาพ แป้นพิมพ์ เม้าส์ เครื่องพิมพ์ ตลอดจนแผงวงจร

ต่างๆ ที่อยู่ภายในอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย เป็นต้น

ซอฟต์แวร์ คือ ชุดคำสั่งซึ่งมีหน้าที่บอกให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่ง ตามความต้องการของมนุษย์ ลำพังเครื่องหรือฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีซอฟแวร์ ซอฟต์แวร์เป็นชุดคำสั่ง บอกให้คอมพิวเตอร์รู้ว่า จะต้องทำอะไรบ้าง ทำงานอะไรก่อน อะไรหลัง รับข้อมูลเข้าอย่างไร ประมวลผลอย่างไร แสดงผลอย่างไร นั่นก็หมายถึงโปรแกรมต่างๆ ที่เราใช้กันอยู่นั่นเอง ตัวอย่างเช่น ไมโครซอฟวินโดว์ ไมโครซอฟออฟฟิต เป็นต้น

มนุษย์ (Peopleware) คือ ผู้สร้างและผู้ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน มนุษย์จัดเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่มีมนุษย์คอมพิวเตอร์จะไม่สามารถทำงานได้หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ มนุษย์ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ โดยทั่วไปมนุษย์

จะเป็นผู้สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ป้อนข้อมูลเข้า ตอบโต้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่าจะมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำงานได้โดยไม่มีมนุษย์ แต่มนุษย์ก็ยังต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะอย่างน้อยมนุษย์ก็ต้องเป็นผู้ออกแบบ เป็นผู้สร้าง รวมถึงเป็นผู้ดูแลบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์

ข้อมูล (Data / Information) คือ ข้อเท็จจริง หรือรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจอยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น ตัวเลข ข้อความ ภาพ เสียง วิดีทัศน์ เป็นต้น คอมพิวเตอร์นำข้อมูลไปประมวลผลได้ผลลัพธ์เป็นสารสนเทศที่มนุษย์สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ต่อไป

จากรูป จะแสดงถึงองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเครื่องหรือฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ มนุษย์ และข้อมูล หน้าที่ของมนุษย์คือ เรียกใช้ซอฟต์แวร์ ป้อนข้อมูลเข้าผ่านทางแป้นพิมพ์และเมาส์ จากนั้น ซอฟต์แวร์จึงสั่งให้ฮาร์ดแวร์นำข้อมูลที่ได้ไปประมวลผลแล้วแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เห็นผ่านทางเครื่องพิมพ์

เรื่อง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

18 ก.ย.

วัตถุประสงค์

1 อธิบายองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์

2 อธิบายหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

3 เลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

4 อธิบายขั้นตอนและวิธีการดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคลล

5 จริยธรรมในโลกของข้อมูล

31 ก.ค.

4 การจัดเก็บข้อมูล

31 ก.ค.

3 ลักษณะของข้อมูลที่ดี

31 ก.ค.

ข้อมูลมี….ลักษณะมีอะไรบ้างมีคุณสมบัติอย่างไร

ตอบ มี 4ลักษณะ 1. ข้อมูลตัวเลข 2.ข้อมูลอักขระ 3.ข้อมูลภาพ 4.ข้อมูลเสียง

1.ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลที่ใช้แทนจำนวนซึ่งจะนำไปใช้ในการคำนวณ เช่นปริมาณนำฝน

2.ข้อมูลอักขระ   ข้อมูลที่เป็นตัวอักษร  ตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณ หรือสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ชื่อโรงเรียนปิยะบุตร์

3.ข้อมูลภาพ ข้อมูลที่เป็นภาพถ่ายหรือภาพลายเส้น เช่น ภาพลายเซ็น

4.ข้อมูลเสียง เสียง ที่บันทึกเอาไว้ด้วยแถบเสียง หรือบันทึกเป็นข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์และใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผล เช่น การบริการสารสนเทศผ่านทางโทรศัพท์ของธนาคารต่างๆ

ขั้นตอนการจัดการข้อมูลในคอมพิวเตอร์

การจัดการข้อมูล หมายถึง งานที่กระทำกับข้อมูลอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวม การประมวลผล การทำรายงาน การนำไปใช้ ตลอดจนการจัดเก็บ จะได้สารสนเทศที่ต้องการใช้  และสามารถจัดเก็บเพื่อใช้งานในโอกาสต่อไป ดังนันในการทำงานใด ๆ จำเป็นต้องมีขั้นตอนวิธีและเครื่องมือช่วยในการจัดการข้อมูล การจัดการข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยงานหลักต่อไปนี้

1.การจัดเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการประมวลผล

         การจัดเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการประมวลผล ประกอบด้วยงาน 3 งาน คือ

         1.1  การเก็บรวบรวมข้อมูล  เป็นการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นในการใช้งานจากแหล่งกำเนิดข้อมูล ซึ่งอาจมีหลายแห่ง และอาจมีปริมาณข้อมูลมาก เช่น  ข้อมูลประวัตินักเรียนแต่ละคนในชั้นเรียน ผลการสอบแต่ละวิชาของนักเรียนแต่ละคน ถ้าพิจารณางานประวัติข้อมูลนักเรียน และงานผลการสอบ จะพบว่าข้อมูลที่ต้องการบางส่วนจะเหมือนกัน เช่น ชื่อ-นามสกุลนักเรียน เลขประจำตัวนักเรียน บางส่วนจะแตกต่างกัน เช่น งานผลการสอบไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับชื่อบิดามารดา หรือข้อมูลงานประวัตินักเรียนก็ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลผลการสอบวิชาต่าง ๆ ผู้ออกแบบต้องศึกษาให้ทราบว่างานแต่ละงานต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูละไร เก็บจากแหล่งใด จัดเก็บอย่างใด และเก็บรวบรวมเวลาใด ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยในการจัดเก็บข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการป้อนขอ้มูล การอ่านข้อมูลจากรหัสแท่ง การอ่านข้อมูลจากการใช้ดินสอดำฝนในตำแหน่งต่าง ๆ ที่กำหนด

         1.2  การตรวจสอบข้อมูล เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้มา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องน่าเชื่อถือ ถ้าพบว่าไม่ถูกต้องก็ทำการแก้ไขก่อนนำไปใช้ เช่น ตรวจสอบว่า เก็บข้อมูลนักเรียนในชั้นเรียนครบทุกคนหรือไม่ กรอกผลการสอบของนักเรียนครบทุกคนหรือไม่ หรือข้อมูลปีเกิดที่กรอกในใบประวัตินักเรีนนนนนนนนถูกต้องหรือไม่ ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องน่าเชื่อถือหรือไม่ การตรวจสอบเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเพราะถ้ามีการนำข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ป้อนเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผล ก็จะได้สารสนเทศที่ไม่นาเชื่อถือเช่นกัน การตรวจสอบข้อมูลมีหลายวิธี เช่น การตรวจทาน การสอบข้อมูลตามคุณสมบัต ซึ่งอาจใช้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจ หรือใช้คอมพิวเตอร์ช่วยตรวจสอบ

         1.3  การจัดเตรียมข้อมูล เป็นการเตรียมข้อมูลที่ยังไม่อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานได้ ให้อย่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้งานได้ เช่น การคัดลอกข้อมูลลงบนแบบฟอร์มให้เป็นระเบียบ ส่วนการจัดเตรียมสำหรับประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์จะเป็นการป้อนข้อมูลเข้า คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างแฟ้มข้อมูลบันทึกบนแผ่นบันทึก ในการจัดเตรียมข้อมูลดังกล่าวก็ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องตามข้อมูล ที่จัดเก็บ หรือถูกต้องตามคุณสมบัติของข้อมูลหรือไม่ และมีจำนวนครบถ้วนหรือไม่

2.  การประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ

     อาจประกอบด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้

    2.1  การจัดแบ่งกล่มข้อมูล ข้อมูล

2 การจัดการความรู้

31 ก.ค.
 

การจัดการความรู้ประกอบไปด้วยชุดของการปฏิบัติงานที่ถูกใช้โดยองค์กร ต่างๆ เพื่อที่จะระบุ สร้าง แสดงและกระจายความรู้ เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้และการเรียนรู้ภายในองค์กร อันนำไปสู่การจัดการสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการธุรกิจที่ดี องค์กรขนาดใหญ่โดยส่วนมากจะมีการจัดสรรทรัพยากรสำหรับการจัดการองค์ความรู้ โดยมักจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศหรือแผนกการจัดการทรัพยากร มนุษย์

รูปแบบการจัดการองค์ความรู้โดยปกติจะถูกจัดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ องค์กรและประสงค์ที่จะได้ผลลัพธ์เฉพาะด้าน เช่น เพื่อแบ่งปันภูมิปัญญา,เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน, หรือเพื่อเพิ่มระดับนวัตกรรมให้สูงขึ้น